Skip to content
The LivingOS
Legal

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Privacy Policy — The LivingOS Corporation Co., Ltd. · ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 (ฉบับที่ 2)

บริษัท เดอะ ลีฟวิ่ง โอเอส คอร์เปอเรชั่น จำกัด ("บริษัท") ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นรากฐานในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือกับลูกค้าและคู่ค้า บริษัทจึงยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎเกณฑ์ทางการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ (รวมเรียกว่า "ท่าน" หรือ "เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล")

  • ผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ของบริษัท เช่น ผู้ใช้งานบุคคลทั่วไป พนักงานนิติบุคคล
  • เจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้อยู่อาศัย หรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่บริษัทให้บริการ
  • เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ประกาศผ่านแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ของบริษัท
  • ผู้ที่ทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ของบริษัท
  • ผู้ให้บริการหรือคู่ค้าของบริษัท ทั้งในฐานะบุคคลธรรมดาหรือผู้แทนของนิติบุคคล
  • พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ผู้สมัครงาน รวมถึงครอบครัว บุคคลอ้างอิง และผู้ติดต่อฉุกเฉินของพนักงาน

11. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลตัวอย่างข้อมูลที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลรายละเอียดส่วนตัวชื่อ-นามสกุล, วัน/เดือน/ปีเกิด, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขหนังสือเดินทาง, เพศ, อายุ, สัญชาติ, รูปถ่าย, ลายมือชื่อ, สถานภาพสมรส
ข้อมูลการติดต่อที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล์, LINE ID, บัญชี Social media ต่างๆ
ข้อมูลการทำธุรกรรมและการเงินประวัติการใช้บริการ, สำเนาโฉนดที่ดิน, สำเนาทะเบียนบ้าน, หมายเลขบัญชีธนาคาร, หมายเลขบัตรเครดิต, ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ, ใบอนุญาตทำงาน
ข้อมูลการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์IP address, บัญชีผู้ใช้งาน, คุ้กกี้, ประวัติการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์
ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงาน (ข้อมูลอ่อนไหว)ศาสนา, ข้อมูลสุขภาพ (หมู่เลือด, ประวัติสุขภาพ), ข้อมูลพันธุกรรมหรือข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ), พฤติกรรมทางเพศ

22. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ฐานทางกฎหมายกิจกรรม/วัตถุประสงค์
ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
  1. เพื่อให้การดำเนินการของบริษัทสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น PDPA, กฎหมายภาษีอากร, กฎหมายแรงงาน, กฎหมายประกันสังคม, รวมถึงคำสั่งศาลหรือหน่วยงานรัฐ
  2. เพื่อดำเนินการต่างๆ ภายใต้การสืบสวนของเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานกำกับดูแล
ฐานสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญา
  1. เพื่อการให้บริการและดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท
  2. เพื่อดำเนินการจัดทำสัญญาซื้อขาย เช่า หรือนิติกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน
  3. เพื่อการชำระเงิน (ข้อมูลบัตรเครดิตผ่านระบบบุคคลที่สาม ไม่ถูกจัดเก็บถาวรในเซิร์ฟเวอร์บริษัท)
  4. เพื่อยืนยันและ/หรือระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลในการเข้าใช้บริการ
  5. เพื่อดำเนินการตามความประสงค์หรือเรื่องร้องเรียนของเจ้าของข้อมูล
  6. เพื่อการขึ้นทะเบียนและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ
  7. เพื่อการขึ้นทะเบียนคู่ค้า การจัดซื้อจัดจ้าง และการทำธุรกรรมทางการเงิน
  8. เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการจ้างงาน ประเมินผลงาน การจ่ายค่าจ้าง และผลประโยชน์ต่างๆ
ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
  1. เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินธุรกิจของบริษัท การวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้กระบวนการ Anonymization
  2. เพื่อการดำเนินการภายใน แก้ไขปัญหาของเว็บไซต์ ทดสอบ วิจัย เพื่อความปลอดภัย
  3. เพื่อตรวจสอบและป้องกันการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย
  4. เพื่อปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยหรือทรัพย์สินของบริษัทและบุคคลากร
  5. เพื่อการสอบสวนหรือตรวจสอบภายในด้านต่างๆ
  6. เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริษัท รวมถึงเยียวยาและป้องกันความเสียหาย
  7. เพื่อติดต่อสื่อสารทางธุรกิจกับผู้แทนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าของบริษัท
  8. เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานในกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน
ฐานความยินยอม
  1. เพื่อการนำเสนอสิทธิประโยชน์หรือบริการอื่นๆ การส่งข้อเสนอและโปรโมชั่น การตลาดแบบตรง
  2. เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน

หมายเหตุ: ในกรณีที่ท่านไม่อาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท การดำเนินการที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจล่าช้าหรือไม่อาจดำเนินการได้

33. ระยะเวลาการเก็บรักษา

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านยังคงใช้บริการหรือยังคงมีความสัมพันธ์กับบริษัท และจะยังคงเก็บรักษาต่อไปเป็นระยะเวลา 10 ปี หลังจากที่ความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง หลังจากนั้นบริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมายหรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ

44. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกจำกัดไว้เฉพาะแก่บุคคลที่มีความจำเป็นในการรับรู้ข้อมูล (Need to know) อย่างไรก็ตามบริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอก ดังนี้

  • บุคคลภายนอกที่กฎหมายกำหนด — เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงคำสั่งหน่วยงานรัฐต่างๆ
  • กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้อง — เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด โดยได้รับความยินยอมจากท่าน
  • ผู้ให้บริการแก่บริษัท — เช่น ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการการชำระเงิน ผู้ให้บริการด้านคลาวด์ ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย ฯลฯ โดยบริษัทกำหนดให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามมาตรฐานความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสม
  • ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการผลประโยชน์แทนท่าน — เช่น ตัวแทนหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของท่านตามกฎหมาย
  • บุคคลที่บริษัทได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว

55. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยท่านสามารถใช้สิทธิดังต่อไปนี้ เว้นแต่บริษัทจะมีเหตุในการปฏิเสธโดยชอบด้วยกฎหมาย

  • สิทธิในการถอนความยินยอม

    ท่านมีสิทธิในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยการถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว

  • สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรักษาไว้

  • สิทธิในการขอรับหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้โดยอัตโนมัติ และขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลไปยังบุคคลภายนอก

  • สิทธิคัดค้าน

    ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

  • สิทธิในการขอให้ลบ

    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีที่บริษัทหมดความจำเป็น

  • สิทธิในการขอให้ระงับ

    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูล เช่น ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง หรือในระหว่างที่บริษัทพิจารณาคำขอคัดค้านของท่าน

  • สิทธิในการขอแก้ไข

    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

  • สิทธิในการร้องเรียน

    ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือสำนักงานคณะกรรมการ PDPA หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำขอของท่านภายใน 30 วัน

66. การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายนอก

เว็บไซต์ของบริษัทจะมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นอาจมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างจากของบริษัท ขอให้ท่านศึกษานโยบายของเว็บไซต์นั้นๆ ก่อนตัดสินใจเปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหา นโยบาย ความเสียหาย หรือการกระทำอันเกิดจากเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม

77. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้ในอนาคต เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินงานของบริษัทหรือเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไป

88. ช่องทางในการติดต่อ

บริษัท เดอะ ลีฟวิ่ง โอเอส คอร์เปอเรชั่น จำกัด

เลขที่ 46/8 อาคารรุ่งโรจน์ธนกุล 12B ชั้น 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

เลขที่ 46/8 อาคารรุ่งโรจน์ธนกุล 12B ชั้น 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 (ฉบับที่ 2)